
ก้าวสำคัญสู่ Net Zero: วิศวฯ มช. จับมือ ปตท. พัฒนาทุ่นอัจฉริยะตรวจจับและเฝ้าระวังการรั่วไหลในโครงการ CCS นอกชายฝั่ง
การดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Storage: CCS) เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญที่มีบทบาทต่อการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Emission) ของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของโครงการ CCS นอกชายฝั่ง ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะสร้างการยอมรับจากภาคอุตสาหกรรมและสังคม
ผศ.ดร.ณัฐนันท์ พรหมสุข คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำทีมคณาจารย์นักวิจัยร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พัฒนาระบบตรวจจับและเฝ้าระวังการรั่วไหลของ CO₂ ใต้ทะเลสำเร็จ ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจาก บพข. เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการ CCS ของประเทศไทยและกลุ่ม ปตท. ในอนาคต
ผลงานวิจัยสำคัญคือทุ่นอัจฉริยะตรวจวัดการรั่วไหลของ CO₂ ใต้ทะเล ที่ผสานเทคโนโลยี IoT รวมกับ AI และระบบสื่อสารไร้สายเข้าด้วยกัน โดยสามารถสูบน้ำทะเลจากก้นทะเลขึ้นมาวิเคราะห์พร้อมระบบรักษาสมดุลอัตโนมัติ ระบบกำหนดตำแหน่ง GPS และการควบคุมระยะไกลแบบเรียลไทม์
ข้อมูลจากเซ็นเซอร์จะถูกส่งผ่านระบบสื่อสารไร้สายความถี่ต่ำ (Sub-1GHz) ไปยังสถานีภาคพื้นดิน เพื่อประมวลผลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ร่วมกับแบบจำลองการแพร่กระจายของ CO₂ ทำให้ระบบสามารถ ตรวจจับการรั่วไหลได้แบบเรียลไทม์ คาดการณ์ปริมาณการรั่วไหล ประเมินพื้นที่เสี่ยงและผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล แจ้งเตือนล่วงหน้าตามระดับความรุนแรงแบบ Color Warning System และช่วยให้สามารถบริหารจัดการเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
โครงการนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้าน CCS และระบบ MMV (Measurement, Monitoring and Verification) สู่ระดับสากล พร้อมลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เสริมศักยภาพการแข่งขันด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุนด้าน CCS ในอนาคต
นอกจากการพัฒนาเทคโนโลยีต้นแบบ ทีมวิจัยยังจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการเฝ้าระวังและการยืนยันการกักเก็บคาร์บอน เพื่อสนับสนุนการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยทางทะเลของประเทศ อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่ Carbon Neutrality และ Net-Zero Emission อย่างยั่งยืนในอนาคต