
วิศวฯ มช. นำทัพ มช. สานความร่วมมือกับ China University of Petroleum, Beijing ขยายความร่วมมือทางวิชาการไทย–จีน
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ China University of Petroleum, Beijing (CUP) สาธารณรัฐประชาชนจีน ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (Memorandum of Understanding: MOU) เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการศึกษา การวิจัย และการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและคณาจารย์ระหว่างสองสถาบัน โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ Professor Dr. Jin Yan President of China University of Petroleum, Beijing เป็นผู้แทนทั้งสองสถาบันในการลงนาม โดยข้อตกลงดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ระยะเวลา 5 ปี และครอบคลุมความร่วมมือ 3 ด้านหลัก ได้แก่ (1) กิจกรรมการศึกษาและการวิจัยร่วม รวมถึงหลักสูตรปริญญาร่วม (Dual Degree Programs) (2) การแลกเปลี่ยนคณาจารย์เพื่อการวิจัย การบรรยาย และการอภิปรายทางวิชาการ และ (3) การแลกเปลี่ยนนักศึกษาเพื่อการเรียนและการวิจัย
ทั้งสองสถาบันได้จัดให้มีพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่างผู้แทนของทั้งสองมหาวิทยาลัย ณ China University of Petroleum, Beijing กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นหมุดหมายการเริ่มดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือฉบับนี้ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สุพฤทธิ์ ตั้งพฤทธิ์กุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ และหัวหน้าศูนย์วิจัยการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์เชียงใหม่ (Chiang Mai CCS) เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัย และผู้ประสานงานหลักภายใต้บันทึกข้อตกลงดังกล่าว พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รามณรงค์ วณีสอน อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ และอาจารย์นักวิจัยจากศูนย์วิจัย Chiang Mai CCS เข้าร่วมด้วย
การจัดทำบันทึกข้อตกลงนี้ มีรากฐานจากความสัมพันธ์เชิงวิจัยที่นักวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และ CUP ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตน้ำมัน (Enhanced Oil Recovery: EOR) ซึ่งทั้งสองฝ่ายเคยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยร่วมกัน มีผลผลิตทางวิชาการเป็นผลงานตีพิมพ์ร่วมในวารสารระดับนานาชาติ และมีการร่วมเป็นที่ปรึกษางานวิจัยของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา การลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้จึงเป็นการยกระดับความสัมพันธ์จากความร่วมมือเชิงกลุ่มวิจัย (research-group level) สู่กรอบความร่วมมือระดับสถาบัน (institutional level) ที่ครอบคลุมและเปิดทางสู่ความร่วมมือในขอบเขตที่กว้างและลึกยิ่งขึ้นในระยะถัดไป
พิธีดังกล่าวจัดขึ้นในระหว่างการเดินทางเยือน CUP และสถาบันอื่น ของคณะผู้แทนภาคีเครือข่ายพันธมิตรด้านการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอนแห่งประเทศไทย (Thailand CCUS Alliance: TCCA) ระหว่างวันที่ 20–27 พฤษภาคม 2569 โดย TCCA ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีด้วย นำโดย ดร.พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ในฐานะประธานกรรมการขับเคลื่อน TCCA ดร.ขจรศักดิ์ เฟื่องนวกิจ นักวิจัยอาวุโส ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการขับเคลื่อน TCCA พร้อมด้วยผู้แทนจากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) และผู้แทนจากภาคเอกชน
ฝ่ายเจ้าภาพ CUP นำโดย Ms. Yang Wei, Director of International Office พร้อมด้วยผู้บริหารและคณาจารย์ระดับสูงจากหลายหน่วยงานวิชาการของมหาวิทยาลัย อาทิ Prof. Zhang Xiangping, Dean, College of Chemical Engineering and Environment; Prof. Lan Xingying, Director, State Key Laboratory of Heavy Oil Processing; Prof. Zhu Wenshuai, Deputy Dean, College of Chemical Engineering and Environment; Assoc. Prof. Liu Qi, Deputy Dean, Research Institute of Science and Technology; Assoc. Prof. Zhang Fengyuan, Deputy Director, International Office and Deputy Director, CCUS International Innovation Research Institute; Prof. Fan Yanfang, College of Chemical Engineering and Environment; Prof. Lyu Qichao, State Key Laboratory of Petroleum Resources and Engineering; Assoc. Prof. Yu Xiaoxiao, College of Science; Assoc. Prof. Lin Lyu, School of Economics and Management; และ Lect. Jiang Jiatong, College of Petroleum, China University of Petroleum, Beijing at Karamay
กิจกรรมในวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เริ่มต้นด้วยการเยี่ยมชม State Key Laboratory of Heavy Oil Processing ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการหลักของประเทศจีนด้านการแปรรูปน้ำมันหนัก จากนั้นในช่วงเช้าเป็นการประชุมหารือกับสำนักงานวิเทศสัมพันธ์และคณะผู้เชี่ยวชาญของ CUP ณ Conference Room 1120, Main Building A เพื่อหารือกรอบความร่วมมือทางวิชาการและประเด็นวิจัยร่วมระหว่างทั้งสองสถาบัน โดย Ms. Yang Wei กล่าวต้อนรับ ดร.พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์ กล่าวถึงทิศทางการขับเคลื่อนของ TCCA และคณาจารย์ของ CUP นำเสนอความก้าวหน้าและศักยภาพการวิจัยของหน่วยงานต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย จากนั้นจึงเป็นพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU ระหว่างผู้แทนของทั้งสองมหาวิทยาลัย ในช่วงบ่ายเป็นการประชุมหารือกับ College of Geosciences ณ Conference Room 1105, Geology Building โดยได้รับการต้อนรับจาก Prof. Shu Jiang, Dean, College of Geosciences พร้อมด้วย Zezhang Song, Deputy Director, International Office; Assoc. Prof. Chenhao Sun และ Assoc. Prof. Ruiqian Chen จาก College of Geosciences และ Fei Shang จาก PetroChina Exploration & Development Research Institute โดย Assoc. Prof. Chenhao Sun เป็นผู้นำเสนอภาพรวมและศักยภาพทางวิชาการของวิทยาลัย
สาระการหารือครอบคลุมประเด็นวิจัยที่หลากหลายและมีจุดร่วมระหว่างสองสถาบัน โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอน (CCUS) อาทิ เทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนด้วยตัวทำละลายเอมีน เมมเบรน และวัสดุดูดซับของแข็ง การเกิดแร่คาร์บอเนตในวัสดุปูนซีเมนต์ (Mineralization in Cement) ที่มีศักยภาพประยุกต์ใช้ในโรงงานปูนซีเมนต์ เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำมันด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂-EOR) ครอบคลุม CO₂ foam flooding, nano-foaming, water-alternating-gas (WAG), การใช้ CO₂ เป็นของไหลในกระบวนการ hydraulic fracturing และเทคโนโลยี nano-robot สำหรับการตรวจสอบในชั้นหินกักเก็บ ตลอดจนการประเมินวงจรชีวิต (Life Cycle Assessment: LCA) กลไกการเงินสีเขียว (Green Finance) และการพัฒนามาตรฐานแห่งชาติเพื่อประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิจากระบบ CCUS ที่ Assoc. Prof. Lin Lyu จาก School of Economics and Management นำเสนอ ซึ่งสะท้อนการมองภาพรวม CCUS ในมิติทั้งเทคนิคและเชิงระบบ
ภายใต้บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ทั้งสองสถาบันได้ร่วมกันกำหนดทิศทางการดำเนินงานในระยะถัดไปอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย (1) การแลกเปลี่ยนคณาจารย์และนักศึกษา ทั้งในระดับปริญญาตรี โท และเอก รวมถึงการหาแนวทางจัด short-term summer school เพื่อแลกเปลี่ยนนักศึกษา และการสนับสนุนการแลกเปลี่ยนนักศึกษาบัณฑิตศึกษาในประเด็น CCUS ผ่านทุน China Scholarship Council (CSC) และทุนอื่น (2) การพัฒนาหลักสูตรปริญญาร่วม (Dual Degree Programs) เพื่อพัฒนากำลังคนทักษะสูงร่วมกัน (3) การยื่นข้อเสนอทุนวิจัยร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุนวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติของทั้งสองประเทศ อาทิ ทุนภายใต้ National Natural Science Foundation of China (NSFC) ของฝ่ายจีน และทุนภายใต้กรอบการสนับสนุนของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ของฝ่ายไทย สอดคล้องกับนโยบายการทูตวิทยาศาสตร์ (Science Diplomacy) ของ อว. (4) การยกระดับความร่วมมือเชิงวิจัย ระหว่าง National Key Laboratories ของ CUP และศูนย์วิจัย Chiang Mai CCS ครอบคลุมการเริ่มเผยแพร่ผลงานวิจัยร่วม การเชิญนักวิจัยอาวุโสไทยเป็น Visiting Professor และการพิจารณาจัดตั้งห้องปฏิบัติการวิจัยร่วม (Joint Laboratory) (5) การเข้าร่วมเวทีวิชาการระดับนานาชาติร่วมกัน อาทิ การประชุมวิชาการนานาชาติด้าน Petroleum Accumulation ที่จะจัดขึ้น ณ เมืองคาราเมย์ในเดือนสิงหาคม 2569 และ (6) การหารือถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการนำร่อง CCUS ร่วมระหว่างไทย–จีน ในระยะกลาง
การลงนามและการแลกเปลี่ยนบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการขยายและยกระดับเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ จากความสัมพันธ์เชิงกลุ่มวิจัยที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง สู่กรอบความร่วมมือเชิงสถาบันที่ครอบคลุมการศึกษา การวิจัย และการพัฒนากำลังคนทักษะสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติของวิศวกรรมปิโตรเลียม พลังงาน และเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน ความร่วมมือดังกล่าวยังสอดรับกับนโยบายการทูตวิทยาศาสตร์ของ อว. และยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศ เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานและการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของทั้งประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนในระยะยาว














